วิธีเซตการบูตเข้าใช้งาน Safe Mode บน Windows 8,Windows 10 ให้กด F8 ได้

วิธีเซตให้ Windows 8Windows 10 เข้าใช้งาน Safe Mode โดยใช้วิธีกด F8 เหมือนกับ Windows XP, Windows 7 

โดยเลือก Command Prompt เพราะวิธีการนี้ เราต้องเปิดการทำงาน Safe Mode ผ่านหน้าจอ Command Prompt

ด้วยการพิมพ์คำสั่ง bcdedit /set {default} bootmenupolicy legacy แล้วกด Enter

ถ้าหากใช้งานเสร็จแล้ว เราก็ปิดการใช้งาน Safe Mode กลับให้เหมือนเดิม เพื่อให้ระบบทำการบูตได้เร็วเหมือนเดิมนั่นเอง

โดยใช้คำสั่ง bcdedit /set {default} bootmenupolicy standard แล้วกด Enter

(หรือจะเรียกใช้คำสั่งนี้ผ่านหน้าต่าง Command Prompt บนระบบ Windows 8,Windows 10 แบบปกติก็ได้ แต่ต้องเปิดด้วยสิทธิ์ Administrator ด้วยนะครับ)

 

การเตรียมไฟล์ Bootable USB ก่อนการลง Windows แบบ USB

          สมัยนี้ในการลง Windows 7 , Windows 8.1 และ Windows 10 ส่วนมากก็จะลง Windows แบบ USB กันทั้งนั้น แต่เมนบอร์ดของเราจะต้อง Support การ Bootable แบบ USB ได้ด้วยนะครับ จากนั้นก็มีคำถามว่าแล้วเราจะต้องทำ ไฟล์ Boot Windows แบบ USB อย่างไร สำหรับคนที่เริ่มหัดที่จะทำการลง Windows ด้วยตัวเอง โดยตอนแรกเราจะต้องทำไฟล์เพื่อให้ USB Bootable Windows แบบ USB ได้เสียก่อน

          ขั้นตอนการเตรียมการก่อนทำไฟล์ Bootable Windows USB

1. เตรียมไฟล์ Windows แบบ ISO

หมายเหตุ : หามาจากไหน ก็คือถ้าเป็น Windows แท้ ก็ให้ดาวน์โหลดมาจาก WebSite Microsoft MSDN

2. USB Flashdrive  4 GB / 8 GB

3. โปรแกรม Rufus

          การทำไฟล์ Bootable Windows 7 , Windows 8.1 , Windows 10 และ วิธีการลง Windows แบบ USB

1. ทำการเสียบ USB Flashdrive เข้ากับคอมพิวเตอร์ของเรา

2. ทำการเปิดโปรแกรม Rufus

3. อธิบาย

Device : เป็นชื่อ USB ของเรา

Partition Schema and target system type :

MBR Partition schema for BIOS or UEFI : ถ้าเลือก Options นี้เป็นการเลือกลง Windows แบบปกติทั่วไป (ส่วนมากยังนิยมแบบนี้อยู่)

MBR Partition Schema for UEFI Computer : ถ้าเลือก Options นี้เป็นการลง Windows แบบปรับใน BIOS ให้เป็น UEFI (เมนบอร์ดรุ่นเก่าไม่มี มีแต่รุ่นใหม่ๆ) แต่ Harddisk ของเรามีขนาดไม่ถึง 2 TB

GPT Partition Schema for UEFI Computer  : ถ้าลือก Options นี้เป็นการลง Windows แบบปรับใน BIOS ให้เป็น UEFI แต่ Harddisk ของเราจะต้องทำการปรับเป็น GPT โดยถ้า Harddisk ของเรามีขนาดไม่ถึง 2 TB ก็ให้ทำการ Convert Type Harddisk MBR > GPT  แต่ถ้า Harddisk ของเรามีขนาดมากกว่า 2 TB  Type Disk ก็จะเป็น GPT

หมายเหตุ ** การลง แบบ UEFI คอมพิวเตอร์ตอนที่เราเปิดหน้าจอมา จะไวกว่า MBR หรือ Functions ต่างๆ เช่นกด Sleep แล้ว Wake Computer ขึ้นมาก็จะไวกว่านะครับ  ส่วนมากจะต่างกันเป็นหลักวินาทีครับ

File System : เลือกเป็น NTFS

Cluster Size : 4096

Format Option : ให้ทำเครื่องหมายที่ Quick format และ Create a bootable disk using จากนั้นกด รูป Disk และทำการ Browse หา Image File Windows ที่เป็นนามสกุล .iso จากนั้นทำการกด Start จากนั้นก็รอสักครู่ โปรแกรม Rufus จะทำการแปลงไฟล์ USB ให้สามารถ Bootable ในการลง Windows ได้ครับ เมื่อเสร็จแล้วเราก็สามารถนำ USB Flashdrive ไปลง Windows  แบบ USB ได้แล้วครับ โดยขั้นตอนการลง Windows แบบ USB ก็ให้ทำตามด้านล่างเลยครับ โดยส่วนมากจะทำการกด F12 ตอนเปิดคอมพิวเตอร์จากนั้นก็เลือก Boots Options และให้เราทำการเลือก USB Flashdrive ในการลง Windows ส่วนขั้นตอนการลง Windows นั้นก็ลงปกติทั่วๆไปครับ

-----------------------------------------

วิธีทำให้ Windows 8 เป็นเมนูภาษาไทย

          Windows 8 ภาษาอังกฤษ งงๆ อ่านไม่ออก ไม่เข้าใจ มาติดตั้ง Windows 8 ภาษาไทยกันดีกว่านะครับ บางคนที่ใช้ Windows 8 ไปแล้วอาจจะรู้สึกว่า สวยนะ แต่ทำไมใช้ยากจัง มีแต่ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด ปัญหานี้จะหมดไปด้วยขั้นตอนดังนี้

1. อันดับแรกให้ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งภาษาไทยซะก่อน

2. จากนั้นให้แตกไฟล์ออกมาแล้วเข้าไปที่โฟลเดอร์ Thai language Pack for Windows 8 จะเจอไฟล์ติดตั้งภาษาไทย 2 อันคือไฟล์ของระบบ 32 bit กับ 64 bit อันนี้ให้เลือกเปิดตามระบบของเครื่องเรานะครับ

3. จากนั้นจะเจอหน้าต่าง install or uninstall display languages ให้คลิกที่ Next ไปเลยครับ (ใครที่กดแล้วไม่ไปต่อแสดงว่าเลือกในขั้นตอนที่ 2 ผิดนะครับ)

4. ติกที่ช่อง i accept the license terms เพื่อยอมรับข้อตกลง แล้วให้คลิกที่ Next ครับ

5. ระบบจะทำการติดตั้งภาษาไทยตรงนี้ให้รอ และรอครับ

6. เมื่อระบบติดตั้งภาษาไทยเสร็จแล้วให้เรากด Close แล้วไปตั้งค่าในขั้นตอนต่อไป

7. เมื่อติดตั้งภาษาไทยเสร็จแล้วเราต้องมาตั้งค่าให้ระบบแสดงภาษาไทยซึ่งทำได้โดยเปิด Control panel ขึ้นมา จากนั้นคลิดที่เมนู Clock language and Region

8. คลิก Language

9. เข้าไปที่ Advanced setting

10. จะเจอเมนู Override for Windows display language แล้วให้เปลี่ยนในช่อง Use Language list เป็น ไทย(ไทย) แล้วกด save

11. กดที่ log off แล้วเครื่องจะ log off ออกและให้ loging เข้ามาก็ใหม่

12. เมนูก็จะเปลี่ยนเป็นภาษาไทยแล้ว

----------------------------------------- 

วิธีเข้า windows 8 โดยไม่ต้องใส่ password

     สำหรับคุณๆ ที่ทดลองใช้ Windows 8 มาแล้วจะรู้สึกได้ว่าตั้งแต่บูตเครื่องมาถึงหน้าล็อกออน จะเร็วกว่า Windows 7 เพราะทางไมโครซอฟต์ได้ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ได้ใช้ (เข้าระบบ) ได้รวดเร็ว แต่ถ้าจะให้เร็วไปกว่านั้นเอาแบบล็อกออนอัตโนมัติ ผ่านหน้าล็อกออนเข้าหน้าเดสก์ทอป พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องมากรอกพาสเวิร์ดให้เสียเวลา (เหมาะสำหรับเครื่องที่มีผู้ใช้คนเดียว) ก็เป็นการดี

     วิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยาก ซึ่งวิธีการทำก็จะเหมือนกับทำใน Windows 7 แต่ที่เอามาบอกก็สำหรับคนที่ไม่ใช้วิธีนี้จะได้เรียนรู้การปรับแต่ง Windows 7 ได้ตามใจชอบ

1.ให้กดคีย์ Windows Logo + R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run พิมพ์ netplwiz ลงในช่องว่าง Open แล้ว Enter

2.คลิกเลือก User ที่รายการ User Name จะทำการล็อกออนอัตโนมัติ

3.คลิกเอาเครื่องถูกออกที่ Users must enter a user name and password to use this computer คลิก OK

4.ระบบจะแสดงหน้าต่างถามพาสเวิร์ดให้ใส่พาสเวิร์ดที่เดิมที่เคยใช้ 2 ครั้ง คลิก OK

หมายเหตุ : กรณีที่ต้องการยกเลิกการล็อกออนอัตโนมัติ ก็ให้คลิกใส่เครื่องหมายถูกที่ Users must enter a user name and password to use this computer คลิก OK

------------------------------------------

การตั้งเวลาในการปิดคอมพิวเตอร์

     สำหรับคนที่จะทำการตั้งเวลาในการปิดคอมพิวเตอร์ โดยวันนี้ผมจะมาสอนวิธีการตั้งเวลาในการปิดคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ โดยใช้ Command ในการสั่งการในการปิด สำหรับบางคนที่มีเหตุจำเป็นในการตั้งเวลาปิดคอมพิวเตอร์โดยอาจจะทำการ Run Program ต่างๆทิ้งไว้ และต้องการให้คอมพิวเตอร์ปิดตอนกลางคืนเอง อาจจะเป็นตอนตี 2 หรือ ตี 3 ตามช่วงเวลาที่เราต้องการ โดยการตั้งเวลาปิดคอมพิวเตอร์เองนั้น สามารถทำได้ ทั้งใน Windows XP , Windows 7 , Windows 8.1 และ Windows 10

วิธีการตั้งเวลาในการปิดคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ

1. กดปุ่มบนคีย์บอร์ด  Windows + R พร้อมกัน และพิมพ์ cmd จากนั้น Enter

2. ทำการพิมพ์ Command ในการปิดคอมพิวเตอร์ลงไป ยกตัวอย่างเช่น shutdown -s -f -t 3600

อธิบาย

-s : ปิดคอมพิวเตอร์

-f : เป็นการสั่งปิดโปรแกรมทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์

-t : ใส่เป็นเวลาที่ต้องการ หน่วยเป็น วินาที

1 ชม. = 3600 วินาที

2. ชม. = 7200 วินาที

เท่านี้ก็เป็นวิธีการตั้งคอมพิวเตอร์ปิดอัตโนมัติตามเวลาที่เรากำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว

------------------------------------------

วิธีเรียกใช้ On Screen Keyboard ใน Windows 8

     On Screen Keyboard คือคีย์บอร์ดเสมือนจริงที่มีไว้ใช้ในยามที่คีย์บอร์ดปกติมีปัญหาพิมพ์ไม่ได้ และมีประโยชน์กับผู้ที่ใช้หน้าจอแบบสัมผัส ใน Windows 7 ก็มีให้มาใช้มาถึง Windows 8 ก็มีมาให้ เมื่อเรียกขึ้นมาก็ใช้ได้เหมือนๆ คีย์บอร์ดจริงโดยใช้เมาส์คลิกแทน ซึ่งบางคนยังไม่รู้จักที่จะเรียกขึ้นมาใช้อย่างไรใน Windows 8 เพราะไม่มีเมนู Start เรียกใช้เหมือนกับ Windows 7

การเรียกใช้ On Screen Keyboard ก็มีอยู่หลายวิธีใน Windows 8

1.เปิดที่หน้า Log-On

เมื่ออยู่ที่หน้าล็อกออนให้คลิกที่ไอคอน Ease of access แล้วคลิกที่รายการคำสั่ง On-Screen Keyboard

2.เปิดที่หน้าต่าง Run

ให้กดคีย์ Windows + R แล้วพิมพ์ osk ลงในช่องว่าง Open กดคีย์ Enter

3.เปิดที่หน้า Modern Start

ให้กดคีย์ Windows + Q แล้วพิมพ์ osk ที่ช่องว่าง Search ระบบจะเรียกไอคอน On-Screen Keyboard ออกมาให้คลิกที่ไอคอนนี้

4.เปิดที่ Windows Explorer

ให้เปิด Windows? Explorer โดยกดคีย์ Windows +E แล้วพิมพ์ osk ลงใน Address bar กดคีย์ Enter

5.เปิดที่หน้าต่าง Command Prompt

ให้กดคีย์ Windows + R แล้วพิมพ์ cmd ลงในช่องว่าง Open กดคีย์ Enter เมื่อหน้าต่าง Command Prompt เปิดออกมาให้พิมพ์ osk กดคีย์ Enter

-----------------------------------------------

รู้จัก Windows 10 Editions และ Licensing

Windows 10 Editions ประเภทต่างๆ

1.Windows 10 Home

     เป็น Editions ของ Windows 10 ที่ทำขึ้นให้เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปตามชื่อของรุ่น ซึ่งฟังก์ชั่นต่างๆ ของระบบปฏิบัติการนี้ก็เหมาะกับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop), แล็ปท็อป (Laptop) และคอมพิวเตอร์แบบ 2 in 1 ที่สามารถเป็นได้ทั้งโน๊ตบุ๊คและแท็บเล็ต ในส่วนของฟังก์ชั่นใหม่ต่างๆ ของ Windows 10 นั้น Home Edition ก็สามารถใช้งานได้อย่างครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นเบราว์เซอร์ Microsoft Edge (หรือชื่อเดิม Project Spartan) ที่มาแทน Internet Explorer (IE) รวมทั้งฟังก์ชั่น Continuum ที่ทำให้ระบบปฏิบัติการรองรับทั้งรูปแบบการใช้เม้าส์และทัชสกรีนของคอมพิวเตอร์ในรูปแบบ 2 in 1 เช่น Surface ได้ สำหรับความเหมาะสมแล้ว Windows 10 Home เป็นรุ่นที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานทั่วไปอย่างแท้จริง

2.Windows 10 Mobile

     ถือว่าเป็นอีกก้าวใหญ่ๆ อีกก้าวหนึ่งสำหรับสมาร์ทโฟนแบรนด์ Windows Phone ถ้าจะถามว่า Windows 10 Mobile ดีกว่าระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนอื่นๆ อย่างไรนั้น ก็คงจะเป็นเรื่องของการใช้งานแอพฯ เอกสาร Microsoft Office อย่าง Word, Excel และ Powerpoint ที่มีเครื่องมือการใช้งานต่างๆ นั้น ใกล้เคียงกับการใช้งานบน PC เป็นอย่างมาก รวมทั้งการใช้งาน Windows Phone ทั่วๆ ไป ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนกับการใช้งาน Desktop PC อยู่อีกด้วย รวมทั้งฟังก์ชั่น Continuum ที่มีนั้น จะช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนมือถือ ให้กลายเป็น PC ได้ เมื่อทำการเชื่อมต่อให้แสดงผลเป็นหน้าจอขนาดใหญ่อีกด้วย

3.Windows 10 Pro

     ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro นี้ มีไว้สำหรับใช้งานบน Desktop, Laptop และ 2 in 1 Computer เช่นเดียวกับ Windows 10 Home ซึ่งรุ่นนี้ ทาง Microsoft ได้พัฒนาไว้สำหรับผู้ใช้งานธุรกิจขนาดเล็ก ด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับธุรกิจ ในด้านการใช้งานนั้น Windows 10 Pro มีความสามารถต่างๆ เหมือนกับ Windows 10 Home และได้มีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมสำหรับงานธุรกิจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัวช่วยในการจัดการอุปกรณ์หรือแอพฯ ต่างๆ ที่ทำการเชื่อมต่อเข้ากับ PC, มีฟังก์ชั่นในการป้องกันข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของธุรกิจ, รองรับการทำงานแบบรีโมทควบคุมระยะไกลและควบคุมผ่านมือถือ, รองรับการทำงานผ่านเทคโนโลยี Cloud นอกจากนี้ Windows 10 Pro ยังสามารถใช้งาน Windows Update for Business ได้อีกด้วย

4.Windows 10 Enterprise

     สำหรับ Windows 10 Enterprise เป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับองค์กรขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ ที่ได้เสริมฟังก์ชั่นต่างๆ เพิ่มเติมมาจาก Windows 10 Pro ซึ่งมีฟังก์ชั่นรักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้นและเป็นนวัตกรรมล่าสุดตลอดเวลา โดยการแยกการปกป้องออกเป็นส่วนย่อยๆ ให้ง่ายต่อการจัดการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ แอพพลิเคชั่น หรือข้อมูลต่างๆ ของทางบริษัท รวมทั้งยังสามารถใช้งาน Windows Update for Business ได้อีกด้วย นอกจากนี้ Windows 10 Enterprise นั้นยังสามารถสั่งซื้อแบบ Volume Licensing สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้งานระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์หลายๆ เครื่องได้อีกด้วย

5.Windows 10 Education

     ในส่วนของ Windows 10 Education นี้จะมีฟังก์ชั่นคล้ายกับ Windows 10 Enterprise แต่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ แอดมิน ครูหรือนักเรียน ซึ่งต้องทำการสั่งซื้อแบบ Volume Licensing สำหรับสถานศึกษาเช่นเดียวกับ Windows 10 Enterprise และยังมีช่องทางสำหรับโรงเรียนและนักเรียน ให้สามารถอัพเกรดจาก Windows 10 Home และ Windows 10 Pro ให้เป็น Windows 10 Education ได้

6.Windows 10 Mobile Enterprise

     ด้านการทำงานฟังก์ชั่นต่างๆ ของ Windows 10 Mobile Enterprise นั้นก็จะเหมือนกับ Windows 10 Enterprise บน Desktop นั่นเอง เพียงแต่เป็นการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่มีฟังก์ชั่นในการรักษาความปลอดภัยระดับสูง และอัพเดทระบบความปลอดภัยเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ และระบบของอุปกรณ์ที่ใช้งาน Windows 10 Mobile Enterprise จะอยู่ในความดูแลของส่วนกลางตลอดเวลา

7.Windows 10 IoT Core

และรุ่นสุดท้ายที่เกิดขึ้นมาใหม่สำหรับ Windows 10 ก็คือ Windows 10 IoT Core ที่เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรโรงงาน อุปกรณ์ Gateway ต่างๆ หรือตู้ ATM ที่สามารถทำให้ใช้งานร่วมกับ Windows 10 บนอุปกรณ์อื่นๆ ได้

 

ชนิดของ Windows 10 License

     สำหรับการซื้อ Windows 10 ซักกล่องมาใช้งานนั้น นอกจากจะต้องเลือกรุ่นให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้แล้ว ยังมีประเภทของ License ให้ได้มานั่งขบคิดกันอีก ว่าแต่ละแบบนั้น แตกต่างกันอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง แถมราคาก็ยังไม่เท่ากันอีก ซึ่งรูปแบบของ License นั้นจะมีดังนี้

1.OEM (Original Equipment Manufacturer)

     สำหรับ OEM จะเป็นลิขสิทธิ์ Windows สำเร็จรูป ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกติดตั้งมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่และใช้งานได้ทันที ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องไปติดตั้ง Drivers ต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งข้อเสียของ OEM ก็คือ สามารถใช้งานได้เพียง 1 เครื่องเท่านั้น ไม่สามารถนำสิทธิ์ที่ได้ ย้ายไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ แม้ว่าจะไม่ใช้งานเครื่องเดิมแล้วก็ตาม หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ หากคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ Mainboard เสียหายจนต้องเปลี่ยนตัวใหม่ ก็จะเสียสิทธิ์ของ Windows License ด้วยนั่นเอง

2.FPP (Full Package Product)

     ในส่วนของ FPP นั้นจะต่างกับ OEM ตรงที่สามารถย้ายสิทธิ์การใช้งานจากเครื่องเก่าไปยังเครื่องอื่นๆ ได้ โดยต้องทำการลบซอฟต์แวร์ Windows ออกจากเครื่องเก่า จากนั้นทำการติดตั้งไปยังเครื่องใหม่และทำการ Activation ซอฟต์แวร์กับทาง Microsoft อีกทีหนึ่ง แน่นอนว่าผู้ใช้งานต้องมีความรู้ในการติดตั้ง Windows ด้วยเพื่อใช้งาน รวมทั้งการหา Drivers ต่างๆ มาลงเองอีกด้วย

3.Volume Licensing

     สุดท้ายเป็นในส่วนของการซื้อลิขสิทธิ์ Windows สำหรับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จำนวนมาก ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้งานในรูปแบบองค์กรทั้งบริษัทและสถานศึกษา ซึ่งรุ่นที่สามารถซื้อในรูปแบบนี้ได้ ได้แก่ Windows 10 Enterprise, Windows 10 Education, Windows 10 Mobile Enterprise และ Windows 10 IoT นั่นเอง

-----------------------------------------

ประเภทลิขสิทธิ์ Windows 8

     สำหรับ โปรแกรม Microsoft Windows เป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการ (Operating Systems - OS) ที่ได้รับความนิยมอีกตัวหนึ่งในปัจจุบัน ซึ่งเราอาจจะเห็นวางขายอยู่ตามตลาดทั่วไปนั้น อย่างเช่นตัว Microsoft Windows 8 หรือที่เราเรียกกันว่า Windows 8 (วินโดวส์) เราอาจจะจำแนกจำนวน อีดิชั่น (Edition) ของมันออกมาได้ ประมาณ 6 ประเภท ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

- Windows 8 (Basic Editions)

- Windows 8 Pro (Professional)

- Windows 8 Enterprise

- Windows RT

     ซึ่งแน่นอน ระดับความสามารถของ Windows 8 นั้นก็จะต้องแตกต่างกันออกไปเป็นธรรมดา รวมไปถึงราคาของมันด้วย ซึ่งถ้าเรามองจากชื่อของ Edition ของมันแล้ว นั่นก็คือ Windows 8 Enterprise นั่นเอง เพราะ ดูจากชื่อ Edition มันแล้วก็พอจะเดาจากชื่อของมันออก แล้วว่า ตัวไหนดีที่สุด และในเมื่อมันดีที่สุด ราคาก็ย่อมแพงที่สุด เป็นเงาตามตัวเช่นกัน ซึ่งข้อมูลตรงนี้ คุณผู้อ่าน หรือลูกค้าทุกท่าน คงจะหากันไม่อยากอยู่แล้ว เนื่องจาก มีบ่งบอกตามท้องตลาดอย่างมากมาย แต่หารู้ไม่ว่า สำหรับใน Windows แต่ละ Edition นั้น ใช่ว่าจะราคาเท่ากัน เพราะเนื่องจาก มีรูปแบบลิขสิทธิ์ที่แตกต่างกันออกไป ใน 3 แบบ

     สำหรับรูปแบบลิขสิทธิ์ (License) ของเจ้าตัว Windows นั้นมีด้วยกันอยู่ด้วยกันแบบหลักๆ 3 แบบ ดังรายละเอียต่อไปนี้ ..

1. Volume Licensing (ซื้อจำนวนมาก)

     รูปแบบลิขสิทธิ์ประเภทนี้ คือลูกค้า จะต้องถูกบังคับ ซื้อเป็นจำนวนขั้นต่ำ อย่างต่ำ 5 Licenses สำหรับครั้งแรกเท่านั้น เท่ากับว่า สามารถลงได้กับ 5 เครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยกัน ซึ่งดูจากจำนวนที่จะต้องซื้อดังกล่าวแล้ว ทำให้ลักษณะหรือรูปแบบของ Open License เหมาะสำหรับ องค์กรธุรกิจขนาดเล็ก และ กลาง (SMEs - Small Medium Enterprises) หรือแม้แต่ องค์กรขนาดใหญ่ ไปโดยปริยาย เนื่องจากลูกค้า จะต้องซื้อเป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าคิดจะซื้อมาใช้แค่ เครื่องเดียว หรือสองเครื่อง ในบ้าน หรือที่พักอาศัย คงจะไม่คุ้มค่าเป็นแน่

     โดยลิขสิทธิ์ประเภทนี้ ลูกค้าจะต้องซื้อเป็นแบบ ลักษณะของระยะเวลาที่กำหนด เช่น รูปแบบลิขสิทธิ์ แบบ 1 ปี (1-year License) เป็นต้น ซึ่งภายในระยะเวลา 1 ปี ที่อยู่ในสัญญา ลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ในการ อัพเกรด (Upgrade) ผลิตภัณฑ์ ของ Windows ได้ รวมไปถึง สิทธิ์ในการ อัพเดท (Update) เช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากหมดสัญญาสิทธิ์เหล่านี้ ก็จะหมดลงไปทันที

     ส่วน License Key Information ที่เค้าให้มาก็จะให้มาเป็นตัวเลขชุดเดียวกัน เช่นซื้อมา 10 เครื่อง (10 Licenses) ก็จะได้ มาแค่ชุดเดียว แล้วนำ Authorization Number และ License Number เหล่านี้ ไปสร้าง (Generate) บนเว็บไซต์ของ Microsoft ที่เขากำหนด สำหรับการเข้า ไปสร้าง Product Key เพื่อนำไปใช้ ในแต่ละเครื่องทั้งหมด 10 เครื่อง นั่นเอง

     สิทธิ์ในการอัพเกรดในที่นี้เช่น สมมุติว่าท่านซื้อ รูปแบบลิขสิทธิ์ประเภท Open License อยู่โดยซื้อ Windows Vista Professional สมมุติว่าเกิดในระหว่าง 1 ปีที่ระยะเวลา ของสัญญายังไม่หมด ทาง Microsoft เกิดออก Windows 8 ออกมา ท่านจะได้รับสิทธิ์ในการอัพเกรดเวอร์ชั่น ทันที ซึ่งทาง Microsoft จะทำการส่งแผ่น อัพเกรด หรือที่เรียกกันว่า Disk Kit (อาจจะเป็นแค่แผ่นๆ เดียว แต่สามารถใช้ได้กับทุกเครื่อง ที่ซื้อ License ไว้) โดยจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ แบบนี้เป็นต้น ซึ่งหลายท่านอาจจะได้ยินคำว่า Open License มาบ้าง ความจริงนั้น Open License เป็นแค่ส่วนหนึงของ Volume Licensing เท่านั้น เป็น Licenses ที่เหมาะกับพวก บริษัท หรือ ห้างร้าน มากกว่า ดังนั้นจริง ๆ แล้วเรื่องการซื้อแบบ Volume มีหลายแบบ มีทั้งแบบซื้อขาด (Perpetual) และ เช่าใช้ (Leasing / Subscription) แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า

Volume Licensing - Open Licenses

     มีขายแบบทั้ง License แบบปกติ ถ้าอยากได้ การ Upgrade ด้วย เราจะต้องซื้อพร้อม สิ่งที่เรียกว่า Software Assurance (SA) หรือการรับประกินสินค้า ซึ่งในการรับประกันสินค้าของซอฟต์แวร์นั้น การรับประกันสินค้าคือการได้รับสิทธิ์ Upgrade นั้นเอง (และ SA มีผลแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่สามารถต่ออายุภายหลังได้) หรือ ซื้อทันทีหลังจากซื้อ Licenses ไปแล้วไม่เกิน 90 วัน (ถ้าจำไม่ผิด)

Volume Licensing - Open Values

     เป็น Licenses แบบมี Software Assurance (SA) จะผูกมากับสัญญาเลย (บังคับ) จะทำให้ได้ราคาที่ลดมากกว่า Volume

Volume Licensing - Open Value Subsciptions

     เป็นแบบเช่าใช้ เพิ่ม-ลดได้ตามขนาดของ องค์กร หรือ บริษัท ก็จะได้ Licenses + SA ตลอดระยะเวลาที่ทำ Subscription อยู่ แต่ Licenses จะไม่ใช่ของลูกค้า (ยกเลิกเมื่อไหร่ ต้องเลิกใช้เมื่อนั้น)

ข้อดี :)

- สะดวกง่าย แก่การอัพเกรดเวอร์ชั่น หรือัพเดทข้อมูลให้ทันสมัยอยู่เรื่อยๆ เรียกได้ว่า Microsoft เขาออกเวอร์ชั่นไหน หรือ Patch หรือ Service Pack อะไรใหม่มา ไม่มีวันตกเทรน อย่างแน่นอน

- สามารถย้ายเครื่องลงได้ ไม่ยึดติดอยู่กับเครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องอยู่ภายในจำนวน License ที่ซื้อมา เช่น ซื้อมา 5 ก็ต้องลงเครื่องแค่ 5 เท่านั้น

ข้อเสีย :(

- ราคาค่อนข้างสูง

- ต้องซื้อเป็นจำนวนมากเท่านั้น จึงไม่เหมาะสำหรับการใช้ตาม บ้านทั่วๆ ไป

- มีระยะเวลาที่กำหนดแบบชัดเจน ดังนั้นหลังจากที่หมดระยะเวลาไป สิทธิ์ต่างๆ ที่เคยได้รับจะหายไป

2. OEM License (ลิขสิทธิ์)

     สำหรับ OEM License หรือรูปแบบ ลิขสิทธิ์ประเภท OEM นั้น ย่อมาจากคำว่า Original Equipment Manufacturer รูปแบบนี้ ถ้าเทียบกับ ลิขสิทธิ์ในรูปแบบอื่นๆ นั้น แบบนี้ถือว่าราคาถูกที่สุด แต่มีข้อแม้ หรือว่าเงื่อนไข อยู่พอสมควร

1. สามารถติดตั้งได้แค่เพียง 1 เครื่อง ต่อ 1 License ที่ซื้อไป

2. เมื่อติดตั้งลงเครื่องแรกไปแล้ว จะไม่สามารถนำไปลง เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่นได้เลย แม้ว่าจะไม่ใช้เครื่องแรกนั้นอีกต่อไปแล้วก็ตาม

3. ในกรณีถ้าเกิดว่า ถ้าอยากอัพเกรดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลยคือ CPU และ ตัว เมนบอร์ด - Mainboard (Motherboard) เนื่องจากในทาง คอมพิวเตอร์ การเปลี่ยน CPU และ Mainboard ถือเป็นการ เปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ นั้นให้กลายเป็นเครื่องอื่น หรือ เครื่องใหม่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นถ้าสองสิ่งที่กล่าวมาเกิดความเสียหาย ท่านจะต้องซื้อลิขสิทธิ์ใหม่ และของเก่าก็ต้องทิ้งไป สถานเดียว

4. ถ้าหากว่ามีการ เพิ่ม / เปลี่ยน ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk), เพิ่ม / เปลี่ยน (RAM), ติดไดร์ฟ CD-ROM เพิ่มเติม แบบนี้จะสามารถทำได้ ไม่มีปัญหา ดังนั้นถ้าสองสิ่งที่กล่าวมาเกิดความเสียหาย ท่านจะต้องซื้อลิขสิทธิ์ใหม่ และของเก่าก็ต้องทิ้งไป สถานเดียว

5. แผ่นที่ขาย ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวน Bits ที่ลูกค้าเลือกเอาไว้ตั้งแต่แรกเลย จะไม่สามารถมาเปลี่ยนใจกันทีหลังได้ เช่น สุมมุติลูกค้าซื้อแผ่น OEM แบบ 32 Bits (X86) มา วันนึงเกิดลูกค้าเปลี่ยนใจ หรือ เข้าใจผิดว่าเครื่องตัวเอง สามารถใช้แบบ 32 Bits ได้อย่างเดียว แต่จริงๆ สามารถใช้แบบ 64 Bits ได้ด้วยเช่นกัน แล้วเกิดอยากจะเปลี่ยนใจมาใช้แบบ 64 Bits (X64) ก็จะไม่สามารถทำได้ ต้องซื้อใหม่สถานเดียว

ข้อดี :)

- ราคาถูกที่สุดในบรรดา รูปแบบลิขสิทธิ์ ที่อยู่ทั้งหมด !

- ความสามารถทุกอย่าง เหมือนกับ รูปแบบลิขสิทธิ์ ประเภท อื่นๆ

ข้อเสีย :(

- มีข้อจำกัดต่างๆ มากมาย ตามที่ได้กล่าวมาด้านบน

- มีความเสี่ยงสูงกว่าประเภทอื่นๆ เนื่องจาก CPU และ Mainboard ของท่าน จะต้องไม่เสียเลย ตลอดอายุการใช้งาน

- รูปแบบผลิตภัณฑ์ ไม่สวยงาม เทียบกับ แบบ Full Package Product (FPP)

- ไม่สามารถเปลี่ยนจำนวน Bits ได้ภายหลังได้ เช่น 32 -> 64 หรือ Bits 64 -> 32 Bits ซื้อแล้วซื้อเลย

3. FPP (Full Package Product) หรือ BOX (Windows 8 แบบกล่อง)

     แบบสุดท้ายนี่ก็คือ แบบ FPP หรือตัวเต็มเรียกว่า Full Package Product แต่ว่าส่วนใหญ่ก็จะเรียกกันว่า BOX นั่นเอง สำหรับแบบนี้ ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก รูปแบบลักษณะของกล่อง ก็จะมีลักษณะกล่องที่สวยงาม รูปแบบลิขสิทธิ์ แบบ FPP นั้นก็คงจะเหมือน ประเภทอื่นๆ แต่ว่า ซื้อมาก็เท่ากับว่า 1 กล่อง ต่อ 1 License แต่แตกต่างกับ OEM คือ สามารถย้ายเครื่องไปลงที่เครื่องอื่นได้ และเวลาเปิดกล่อง หรือเปิดแพคเกจ (Package) ของมันออกมาแล้ว ภายในจะมีแผ่น CD อยู่ 2 แผ่น ให้ลูกค้าเลือกลง แผ่นนึงสำหรับ คอมพิวเตอร์ที่มีสถาปัตยกรรมแบบ 32 Bits (X86) และอีกแผ่นสำหรับ เครื่อง 64 Bits (X64) นั่นเองละครับ เรียกได้ว่า เลือกลงกันได้ตามใจชอบ

ข้อดี :)

- เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้ตามบ้าน เนื่องจาก สามารถลงที่เครื่องไหนก็ได้

- หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด

- สามารถ เปลี่ยน ระบบสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ที่สนับสนุน (จำนวน Bits) จาก 32 -> 64 หรือ 64 -> 32 ได้ เนื่องจากภายในกล่อง มีให้มา 2 แผ่น หรือสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้จากบนเว็บไซต์

ข้อเสีย :(

- ราคาจะสูงกว่าแบบ OEM อยู่พอควร แต่ลูกค้ามั่นใจ และอุ่นใจ เพราะมีกล่องอยู่กับตัว

----------------------------------

13 คีย์ลัด ที่ทำให้เราใช้งาน File Explorer ได้สะดวกขึ้นสุดๆ

     ชอทคัทบนคีย์บอร์ดยอดนิยมเวลาที่เราใช้ File Explorer ที่นิยมใช้กันเป็นประจำ ก็น่าจะมี Ctrl+C เพื่อ Copy, Ctrl+X เพื่อ Cut และ Ctrl+V เพื่อ Paste แต่ที่จริงมันยังมีชอทคัทที่น่าสนใจอยู่อีก ซึ่งหากใช้คล่องแล้ว เราจะทำงานได้เร็วขึ้นมากเลยล่ะครับ เลยจะมาแนะนำกันว่ามีวิธีกดแบบไหนบ้างที่ซ่อนอยู่อีก

กลุ่มชอทคัทที่น่าจะได้ใช้ประจำ

     Windows + E ใช้เปิดหน้าต่าง Windows Explorer ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

     Alt + ลูกศรซ้าย ย้อนกลับไปโฟลเดอร์เก่า

     Alt + ลูกศรขวา ไปยังโฟลเดอร์ถัดไป

     Alt + ลูกศรขึ้น กลับไปยังโฟลเดอร์หลัก

     F2 เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์

กลุ่มชอทคัทที่ควรรู้

     Alt + Enter เปิด Properties ของไฟล์ที่เลือกอยู่

     Alt + D เลือกไปยัง Address Bar

     Alt + P เปิดหน้าต่างพรีวิว

     Shift + Del ลบแบบถาวรไม่ลง Recycle Bin

     Ctrl + W ปืดหน้าต่างที่กำลังเลือกอยู่ (กดง่ายกว่า Alt + F4)

     Ctrl + N เปิดหน้าต่าง Windows Explorer ซ้ำอันใหม่ขึ้นมา

     Ctrl + Shift + N สร้างโฟลเดอร์ใหม่

     F11 เข้าสู่โหมดแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ

----------------------------------

มาลองใช้ Virtual Desktops บน Windows 10 กันเถอะ แล้วจะติดใจ

     ใน Windows 10 มีลูกเล่นใหม่ เพิ่มเข้ามามากมาย หนึ่งในลูกเล่นน่าสนใจ แต่ไม่ค่อยเห็นมีคนใช้กัน คือ Virtual Desktops ทิปส์นี้เราเลยจะมาแนะนำวิธีการใช้งานกัน เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกว่า

 - ต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เปิดหลายโปรแกรม หลายหน้าต่าง

 - พื้นที่การทำงานไม่พอ

 - หน้าจอมันรกเกินไปแล้ว

ถ้าพบปัญหาดังที่เราระบุไว้ข้างต้น เราแนะนำให้ลองใช้ Virtual Desktops ดูครับ

Virtual Desktops คือ หน้า Desktop ว่างๆ ที่เราสามารถสร้างใหม่ขึ้นมากี่อันก็ได้ จากการทดสอบเราสร้างได้เป็น 100 หน้า เลยล่ะ แต่คงไม่มีใครใช้เยอะขนาดนั้นหรอกมั้ง เราสามารถจัดงานเป็นกลุ่มๆ แยกหน้ากันได้อย่างอิสระ มาดูกันครับว่าทำไง

วิธีสร้างหน้า Virtual Desktops

 - เอาเมาส์คลิกไปที่ปุ่ม Task View ที่อยู่ตรงซ้ายล่าง หรือ กดปุ่ม Windows+Ctrl+D

วิธีสลับหน้า Virtual Desktops

 - เอาเมาส์คลิกไปที่ปุ่ม Task View ที่อยู่ตรงซ้ายล่าง จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้เราเลือก หรือ กดปุ่ม Windows+Tab

     เราสามารถย้ายโปรแกรมหรือหน้าต่างที่เราเปิดบน Desktop หนึ่ง ไปรวมไว้อีกหน้า Desktop ด้วยการคลิกซ้ายค้างบนหน้าต่างโปรแกรมที่ต้องการค้างไว้ แล้วลากลงไว้ที่ Desktop ที่เราต้องการได้เลย

วิธีปิดหน้า Virtual Desktops ที่ไม่ต้องการ

 - เอาเมาส์คลิกไปที่ปุ่ม Task View มีหน้าต่างขึ้นมาให้เราเอาเมาส์ไปลอยเหนือหน้าที่เราจะปิด จะมีปุุ่ม X ขึ้นมาขวาบน หรือ ในหน้าที่ต้องการปิด กดปุ่ม Windows+Ctrl+F4

----------------------------------

ท่องอินเตอร์เน็ตแบบสายลับ ด้วยโหมดไม่ระบุตัวตนของ Chrome

     โปรแกรมบราวเซอร์ Chrome มีโหมดการใช้งานแบบ ไม่ระบุตัวตน (Incognito mode) ที่ทำให้คุณท่องเว็บไซต์ได้แบบสายลับ และยากที่ใครจะแอบมาสืบดูย้อนหลังได้ว่าเราเข้าไปดูเว็บไซต์ไหนมาบ้าง หรือ Search หาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรบ้าง

     โดยทาง Google ให้คำจำกัดความของโหมดการใช้งานแบบ ไม่ระบุตัวตน ว่าเป็นการท่องอินเทอร์เน็ตแบบไม่เก็บประวัติ ซึ่งโหมดนี้เหมาะมากในกรณีที่เราเข้าใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นสาธารณะ อย่างคอมฯ ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หรือแม้แต่การใช้งานเครื่องคอมฯ ในบ้านที่สมาชิกทุกคนในบ้านใช้เครื่องร่วมกัน ถ้าไม่อยากให้แฟนรู้ว่าเราแอบเข้าดูเว็บไหนมาบ้าง หรือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง โหมดการใช้งานแบบ ไม่ระบุตัวตน ของ Chrome นี่แหละครับ สุดยอดไปเลย

     ขั้นแรกให้เปิดหน้าต่างของโปรแกรม Chrome ขึ้นมา แล้วคลิกเมาส์ที่ปุ่ม 3 ขีดตรงมุมขวาบนของหน้าต่างโปรแกรม จะปรากฏเมนู Pop-up ให้คลิกที่คำสั่ง "หน้าต่างใหม่และไม่ระบุตัวตน" (หรือเรียกผ่านชอร์ทคัทด้วยการกดปุ่ม Ctrl+Shift+N) เพียงเท่านี้นหน้าต่างการท่องเว็บใหม่อันใหม่แบบ ไม่ระบุตัวตน ก็จะเปิดออกพร้อมให้ใช้งานได้ทันที เราสามารถใช้หน้าต่างการท่องเว็บแบบ ไม่ระบุตัวตน เพื่อเข้าเว็บนู้นออกเว็บนี้ หรือ Search หาข้อมูลใดๆ ได้แบบสบายใจว่าคนใกล้ตัวคุณไม่มีทางรับรู้(เว้นเสียแต่ว่ามีคนมาแอบยืนดูอยู่ข้างหลังในขณะที่คุณ Search ข้อมูล)

-----------------------------------

วิธีปิดข้อความเชิญชวนอัพเกรต Windows 10 ให้ไม่ขึ้นมาแจ้งเตือนอีก

     เปิด File Explorer ขึ้นมาไปที่ C:\Windows\System32 มองหาโฟลเดอร์ที่มีชื่อ GWX แล้วลบไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ทิ้งให้หมด

     ทำการคลิกขวาที่โฟลเดอร์ GWX เลือก Properties ไปที่แท็บ Security กด Edit ที่ Permissions กด Deny ทุก User ที่อยู่ภายในสิทธิ Security จากนั้นก็ Restart เครื่องรอบหนึ่ง

     เมื่อคอมเปิดขึ้นมาใหม่แล้วกด Start+R พิมพ์ลงไปว่า regedit แล้วกด Enter 1 ครั้ง ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Policies\Microsoft\Windows คลิกขวาเลือก New > Key ตั้งชื่อว่า GWX คลิกขวาที่โฟลเดอร์ GWX ที่เราเพิ่งสร้าง กด New > DWORD (32-bit) Value ตั้งชือ่รีจิสทรีใหม่ว่า DisableGWX แล้ว คลิกที่ไฟล์ดังกล่าว ตั้งค่า Value data ให้เป็น 1 กด OK เท่านี้ หน้าต่างแจ้งเตือนชวนอัพเกรต Windows 10 ก็จะไม่โผล่มากวนใจเราอีกแล้วล่ะ

------------------------------------

ปุ่มลัดบนแป้นคีย์บอร์ดที่สาวก Youtube ต้องรู้

ไม่ว่าใครก็ใช้ YouTube ปกติแล้ว เราจะควบคุมทุกอย่างได้ด้วยเมาส์ แต่รู้หรือไม่ว่า คีย์บอรืก็สามารถควบคุมการเล่นวิดีโอได้ด้วยเช่นเดียวกัน และบางอย่างก็ทำได้ดีกว่าเมาส์ซะด้วย จะมีปุ่มอะไรบ้างมาดูกันครับ ไม่ต้องกังวล มันจำง่ายมากเลยล่ะ

เอาล่ะก้มมองแป้นคีย์บอร์ดกันซะหน่อย จะเห็นว่าตัว J, K และ L นั้นเรียงติดกันอยู่ สามปุ่มนี้ใช้สำหรับควบคุมการเล่นวิดีโอได้ดีมากครับ

- J เพื่อถอยวิดีโอไปข้างหลัง 10 วินาที

- K เพื่อหยุดหรือเล่นวิดีโอต่อ (เหมือนกด Space bar)

- L เพื่อเดินวิดีโอไปข้างหน้า 10 วินาที

- เลข 1-9 นี่ใช้สำหรับข้ามไปยังส่วนต่างๆ ของวิดีโอ โดยคิดตามเปอร์เซนต์ของเวลาทั้ง 1 ก็ 10%, 2 ก็ 20% ไล่ไปเรื่อยๆ

- เลข 0 นี่ใช้สำหรับย้อนวิดีโอไปยังจุดเริ่มต้นของคลิป

ชอทคัทนี้ใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการไม่ว่าจะเป็น Windows, Mac หรือ Linux กดได้จากทุกเว็บบราวเซอร์ Chrome, Firefox และ Microsoft Edge สามารถใช้งานได้ทั้งหมด แม้แต่วิดีโอ YouTube ที่ Embedded บนหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ก็ใช้งานได้เช่นเดียวกัน

-------------------------------------

วิธีป้องกันการติดตั้งโปรแกรม

ไม่ว่าเราจะติดตั้งโปรแกรมอะไรก็ตาม การติดตั้งจะต้องผ่านตัว Windows Installer ในกรณีอย่างนี้ หากเราปิดการทำงานของมัน คนอื่นก็จะไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมได้อีกต่อไป มาดูกันว่าทำอย่างไรครับ

1. กดปุ่ม Start+R พิมพ์ลงไปว่า gpedit.msc แล้วกด OK

2. ไปที่ Computer Configurations > Administrative Templates > Windows Components > Windows Installer

3. ดับเบิ้ลคลิกที่ Turn off Windows Installer เมื่อหน้าต่างใหม่เปิดขึ้นมาเลือก Enabled แล้วกด OK เท่านี้ก็จะป้องกันไม่ให้คนอื่นมาลงโปรแกรมที่เครื่องของเราได้แล้ว หากเราต้องการลงโปรแกรม ก็แค่เข้ามาที่นี่ทำตามขั้นตอนเดิมแล้วเลือกเป็น Not Configured อีกครั้ง 

-------------------------------------

วิธีป้องกันการใช้งานโปรแกรมภายในเครื่อง

เราสามารถที่จะปิดไม่ให้คอมพิวเตอร์เปิดโปรแกรมที่เราต้องการได้ ซึ่งอาจจะประยุกต์ใช้งานปิดตัวโปรแกรม Windows Installerเพือ่ไม่ให้ลงโปรแกรมได้ด้วย หรือจะปิดโปรแกรมอื่นๆ ก็ได้ด้วยเช่นกัน ขอแค่เรารู้ว่า Path ของโปรแกรมอยู่ตรงไหนก็พอ

1. กดปุ่ม Start+R พิมพ์ลงไปว่า gpedit.msc แล้วกด OK

2. ไปที่ User Configuration > Administrative Templates > System

3. ดับเบิ้ลคลิกที่ Don’t Run Specified Windows Applications เมื่อหน้าต่างใหม่เปิดขึ้นมาเลือก Enabled แล้วจะมี Options ใหม่เพิ่มขึ้นมา
ตรง
 List of disallowed applications กดปุ่ม Show...

4. จะมีช่องให้เรากรอกข้อมูล ให้เรากรอก Path ที่อยู่ของโปรแกรมที่ไม่ต้องการให้เปิด มาใส่ครับ อย่าง Windows Installer ค่าPath คือ C:\Windows\System32\msiexec.exe หลังใส่ค่าเสร็จแล้วกด OK ออกมา เป็อนันเรียบร้อย

  -------------------------------

เอา Menu Bar ใน Windows Explorer ออกมา

ใน win7 จะซ่อน Menu Bar ไว้ ถ้าจะเอาออกมาโดยใชงานต้องกดกด atl ครับหรืออยากให้มันโชว์ตลอดเวลาก็ไป ตามนี้เลยครับ

1. start >พิมพ์ Folder options กด enter
2. แถบ view
3. ติ๊กถูกที่ Always Show Menus แล้วคลิก OK

เพียงเท่านี้เราก็จะได้แถบ Menu Bar คืนมาแล้วครับ

  -------------------------------

วิธีการเปลี่ยน view icon program ของ Windows

 สำหรับมือใหม่หัดใช้ Windows ใหม่ๆ บางคนยังไม่ทราบว่าเราสามารถปรับ ICON ของโปรแกรมได้ ตามขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก เพราะบางคนก็ชอบขนาดของ ICON ไม่เท่ากัน วันนี้ผมมาบอกวิธีการปรับขนาดของ ICON Program อาจจะเป็นทิปง่ายๆนะครับ 

การปรับขนาด ICON Program ในหน้าจอ Windows

1. ทำการคลิกเมาส์ขวาบนหน้าจอ Desktop ของเรา จากนั้นเลือก View > และเลือกขนาด ICON ที่เราอยากได้ อาจจะเป็นขนาดใหญ่ กลาง หรือขนาดเล็ก

ให้เราเลือกตามความชอบของเราเลยครับ

เป็นการปรับขนาด View ตามความเหมาะสมกับ Windows ของเราครับ โดยใช้ได้ทั้ง Windows 7 , Windows 8 , Windows 8.1 ครับ

 --------------------------------

มาใช้ปุ่ม Windows บนแป้นคีย์บอร์ดกันเถอะ ใช้คล่อง ชีวิตสบาย

ปุ่มลัด Windows เราทดสอบบน Windows 10 บางชอทคัท Windows รุ่นเก่ากว่านี้ อาจกดแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Windows เรียกเมนู Start

Windows + D ทำการซ่อนหน้าต่างทั้งหมดเพื่อแสดงหน้า Desktop กดซ้ำอีกครั้งเพื่อเรียกหน้าต่างทั้งหมดกลับขึ้นมาแสดง

Windows + R ทำการเรียกเมนู Run

Windows + L กด Logout ออกจากหน้า Desktop กลับไปยังหน้า Login 

Windows + ปุ่มลูกศรขึ้น ขยายหน้าต่างที่ใช้งานอยู่ให้เต็มจอ

Windows + ปุ่มลูกศรลง ย่อหน้าต่างที่ใช้งานอยู่ให้เต็มจอ

Windows + ปุ่มลูกศรซ้าย ย่อหน้าต่างให้มีขนาดครึ่งนึงของหน้าจอพร้อมกับจัดหน้าต่างโปรแกรมไว้ที่ฝั่งซ้าย

Windows + ปุ่มลูกศรขวา ย่อหน้าต่างให้มีขนาดครึ่งนึงของหน้าจอพร้อมกับจัดหน้าต่างโปรแกรมไว้ที่ฝั่งขวา

Windows + Shift + ปุ่มลูกศรซ้าย หรือ ปุ่มลูกศรขวา หากต่อ 2 หน้าจอ จะเป็นการส่งหน้าต่างปัจจบุันไปแสดงผลอีกจอหนึ่งทันที

Windows + # สลับหน้าต่างโปรแกรมที่อยู่ภายในโปรแกรมเดียวกัน

Windows + 1, 2, 3,.... สลับหน้าต่างไปยังหน้าต่างอื่นตามลำดับบน Taskbar

Windows + A เปิด Action Center

Windows + C สั่งใช้งาน Cortana listening mode

Windows + i เปิด Windows Settings

Windows + Tab เปิด Task view เพื่อดูหน้าต่างโปรแกรมทั้งหมด และเลือกสลับไปยังหน้าที่ต้องการอย่างรวดเร็ว

Windows + E เปิด Windows Explorer

Windows + U เปิด Ease of Access Center

Windows + Pause/Break แสดง System Properties

 --------------------------------

วิธีเพิ่ม my computer บน desktop windows 10

 Tips เล็กๆบน windows 10 มาฝากนั่นคือวิธีเปิด my computer มาแสดงบนหน้าจอ desktop นั่นเองง่ายๆ 3 ขั้นตอน

1. คลิกขวาที่หน้าจอโล่งๆ เลือก Personalize

2. ไปที่ Theme  จากนั้นเลือก Desktop icon settings

3. ติ๊กถูกช่อง Computer จากนั้นกด OK โลด แค่นี้เจ้า My computer ก็จะโชว์ที่หน้าจอแล้ว

  -------------------------------

ขั้นตอนการอัพเกรด Windows 10 อย่างละเอียด [มีคลิป]   

วิธีอัพเดท Windows 10 ด้วยการอัพเดทขึ้นมาจากวินโดว์เวอร์ชั่นเดิม

หลังจากกด Reserve ไปแล้ว หลายคนประสบปัญหา Windows Update ไม่ขึ้นมาให้อัพเดทสักที เรามีวิธีบังคับให้ขึ้นทันทีแบบ 100% มาฝากครับ

กดปุ่ม Windows + R เพื่อเรียกหน้า Run ขึ้นมา พิมพ์ลงไปว่า regedit แล้วกด Enter 1 ที

ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\WindowsUpdate\OSUpgrade

กดคลิกขวาเลือก New >>  DWORD (32-bit) ตั้งชื่อว่า AllowOSUpgrade ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ใหม่ที่เราสร้างขึ้นมา ตรงช่อง Value data ใส่เลข 1 แล้วกดปิดได้เลย 

ถ้าสงสัยขั้นตอนไหนลองดูคลิปด้านล่างนี้ประกอบได้เลยครับผม

https://youtu.be/T3o-EYjqtYg

 -----------------------------------

วิธี สั่ง Shut down ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows อย่างรวดเร็ว

1.    เปลี่ยนปุ่ม Power ให้เป็นปุ่ม Shut down ไปเลย

โดยกดปุ่ม Windows + Q เพื่อเข้าสู่หน้า Search จากนั้นพิมพ์ Power Options แล้วเลือกที่  Power Options   จากนั้นดูที่แถว When i press the power button ใน on batteryและ plugged in ให้เลือกเป็นshut down ทั้งคู่ เพื่อบังคับว่า เมื่อกดปุ่ม Power ปิดเครื่องก็คือการ shut down ปิดเครื่องเลย เสร็จแล้วคลิกok เท่านี้ก็เรียบร้อย

2.    สร้าง shortcut แล้วทำการรันโปรแกรมนี้ Shut Down ทันที

วิธีนี้สุดคลาสสิคมากตั้งแต่ Windows 95 เลย จนถึง Windows 10 ก็ยังใช้วิธีนี้ได้ โดยการสร้าง Shortcut ตรงหน้า desktop เลย  โดยลองคลิกขวาที่หน้าจอ desktop แล้วเลือกที่ NEW >> เลือก shortcut  >>  จากนั้น copy ข้อความสีฟ้านี้   %windir%\System32\shutdown.exe /s /t 0   มา paste วางตามรูปเลย แล้วคลิกNext แล้ว คลิก Finish   แค่นี้ก็สร้างโปรแกรม shutdown บนหน้าจอ desktop แล้ว สามารถลากมาวางไว้ใน taskbar หรือจุดอื่นๆตามต้องการ  โดยหากต้องการปิดเครื่อง  ก็คลิกที่ shortcut ที่สร้างเมื่อสักครู่นี้ เครื่องคอมคุณก็จะปิดทันที

3.    วิธีสุดท้าย ใช้ได้กับ Windows 8.1 และ Windows 10

นั่นคือ  คลิกขวาที่ปุ่ม Start >> แล้วเลือกที่ Shut down or Sign out >>แล้วเลือกที่ Shut down เพื่อปิดเครื่อง

นี่คือ 3 วิธี วิธีปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows อย่างรวดเร็ว แบบไม่ต้องกังวลว่าสั่งแล้วมันไม่ปิดเครื่องสนิท ลองตั้งค่าคอมที่บ้านหรือคอมที่ทำงานของคุณได้เลย

 ------------------------------------

กูเกิลอัพเดตแอพ Google Search สำหรับ Windows 10, เปลี่ยนมาใช้ Material Design

         ถึงแม้จะเป็นที่รู้กันดีว่า กูเกิลไม่ทำแอพลงแพลตฟอร์มฝั่งไมโครซอฟท์ (โดยเฉพาะ YouTube for Windows Phone ที่เรียกร้องกันมานาน) แต่เอาเข้าจริงแล้วมีแอพตัวหนึ่งที่กูเกิลทำลงแพลตฟอร์ม Windows 8 มาตั้งแต่ต้น นั่นคือแอพ Google Search ที่เอาไว้ใช้ค้นหาข้อมูลผ่านกูเกิล โดยไม่ต้องเข้าผ่านเว็บเบราว์เซอร์

          ล่าสุดกูเกิลอัพเดตแอพ Google Search (ชื่อแอพจริงๆ คือ “Google” นะครับ แต่ขอเรียก Google Search เพื่อป้องกันความสับสน) สำหรับ Windows 10 เรียบร้อยแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือปรับหน้าตามาเป็น Material Design ตามนโยบายบริษัท ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ เหมือนเดิมทุกประการ ทั้งการค้นหาข้อมูล ภาพ และ voice search

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้จาก Windows Store ครับ

 --------------------------------------

Facebook เปิดให้ทดสอบระบบ Online Marketplace

           ยังคงเดินหน้าลุยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ซื้อง่ายขายคล่องกันมากขึ้นไปอีก โดยคราวนี้อาจจะทำให้ eBay มีหนาวๆ ร้อนๆ บ้างก็ได้ เมื่อ Facebook เปิดให้ทดสอบระบบ Marketplace แล้ว แต่ใช้ได้เฉพาะที่ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และ โอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เท่านั้น

          เราอาจจะเคยชินกับการค้าขายผ่าน Group กันโดยเมื่อต้นปี Facebook เองก็พึ่งจะเพิ่มฟีเจอร์ให้สามารถใส่ราคาและสถานที่ในโพสต์ที่เราเลือกจะขายสินค้า ซึ่งเจ้าระบบMarketplace (ที่หน้าตาคล้ายๆ Pinterest) นี้จะมีปุ่ม “Buy & Sell” ที่เมนูด้านซ้ายเพิ่มขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน มีการเพิ่มแบ่งหมวดหมู่ของสินค้า และสามารถค้นหา ของที่ขายอยู่จาก location ของเราได้อีกด้วย

          ยังไม่มีการแถลงจาก Facebook ว่าจะเปิดให้ใช้โดยทั่วกันเมื่อไร และยังไม่มีการเก็บค่าคอมมิชชันจากการขาย แต่แน่ใจได้เลยว่าอีกสักพักต้องตามมาด้วยระบบจ่ายเงินของตัวเองแน่นอน

-----------------------------------

วิธีง่ายๆ ในการรักษาเครื่อง Inkjet Printer ให้อยู่กับคุณไปนานๆ

           รู้หรือไม่ว่าอุปกรณ์สำนักงานข้างกายที่เราใช้กันอยู่ทุกวันอย่างเครื่อง Printer ก็ต้องการการดูแลรักษาไม่ต่างจากอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ ยิ่งหากปล่อยให้ตั้งอยู่กับที่เป็นเวลานานโดยไม่ได้ใช้งาน หากผู้ใช้ไม่ใส่ใจก็อาจทำให้ Printer ของคุณชำรุด และไม่พร้อมใช้งานในเวลาที่คุณต้องการใช้งานจริงๆ ก็เป็นได้ วันนี้ Advice เลยอยากจะขอแนะนำ 5 วิธีง่ายๆ ในการรักษาเครื่อง Inkjet Printer ให้อยู่กับคุณไปนานๆ ดังต่อไปนี้

          1. ควรเปิดใช้ Printer สัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้หมึกแห้งเป็นคราบติดอยู่ภายในท่อฉีดน้ำหมึก และป้องกันการอุดตันของหมึก
          2. ควรหมั่นกำจัดเศษกระดาษและฝุ่นผง ด้วยการเป่าเศษผง และฝุ่นออก ด้วยเครื่องเป่าลมจะช่วยให้ Printer สามารถป้อนกระดาษได้อย่างไม่ติดขัด
          3. ควรปิดสวิตซ์ของ Printer ก่อนถอดปลั๊กไฟ การปิดเครื่องสวิตซ์ ON/OFF จะทำให้Printer มีการทำความสะอวดหัวพิมพ์ และเก็บตลับหมึกเข้าที่ก่อนการตัดไฟ
          4. ไม่ควรใช้น้ำหมึกคุณภาพต่ำ เนื่องจากน้ำหมึกคุณภาพต่ำ จะมีส่วนผสมที่ไม่มีประสิทธิภาพ และมีตะกอนจำนวนมาก จึงทำให้ตลับหมึกอุดตันเร็วขึ้น อาจทำให้หัวพิมพ์เสียหายอีกด้วย
          5. ควร Update Driver และ Software ของ Printer อยู่เสมอ เพราะ Software Version ใหม่จะถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น และในบางครั้งก็มี Features ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานอีกด้วย

 ------------------------------

TP-LINK เปิดตัว RE210 แค่เสียบปลั๊กเปลี่ยนบ้านทั้งหลังเป็นโลกไร้สาย

           TP-LINK (ทีพี-ลิงค์) เจ้าของเทคโนโลยีระบบเครือข่ายชื่อดังเปิดตัวเครื่องขยายสัญญาณไร้สาย RE210 ที่แค่เสียบปลั๊กก็จะกระจายสัญญาณไวไฟ (WiFi) จากเราเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ไปยังทั่วทุกมุมบ้านหรือออฟฟิศ ด้วยความเร็ว 750 Mps บนสองย่านความถี่ 5GHz และ 2.4GHz

           เครื่อง RE210 ยังใช้มาตรฐานไวไฟรุ่นล่าสุดแบบ AC และมีพอร์ต ความเร็วสูงระดับ Gigabit ซึ่งทำงานเป็นอะแดปเตอร์เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นบลูเรย์ เกมส์คอนโซล หรืออินเตอร์เน็ตทีวี ขณะที่แชร์สัญญาณไร้สายให้อุปกรณ์อื่นๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค ได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ RE210ยังมีสัญญาณไฟอัจฉริยะที่ช่วยบอกตำแหน่งติดตั้งที่ดีที่สุด หมดกังวลกับปัญหาจุดอับสัญญาณและสัญญาณชนกัน

-----------------------------------

LINE สำหรับ Google Chrome มาแล้ว รองรับการใช้งานผ่าน Chrome, Windows, Mac และ Linux ดาวน์โหลดที่นี่

           ออกมาให้ใช้งานกันแล้วสำหรับ LINE for Google Chrome ให้ผู้ใช้งานระบบปฎิบัติการที่ LINE ไม่ได้รองรับโดยตรงทั้ง Chrome, Windows, Mac และ Linux สามารถใช้ LINE ผ่านเบราเซอร์ Chrome ได้แค่ติดตั้ง LINE เวอร์ชั่นนี้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถใช้งาน LINE ผ่านเบราเซอร์ Chrome ไม่ว่าจะเป็น Device ไหนก็ตาม

          โดยนอกจากฟีเจอร์สนทนาแล้ว LINE ยังได้เพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้เข้าไปด้วย เช่น ฟีเจอร์ถ่ายรูปหน้าจอ (Screen Capture ฟีเจอร์ MEMO สำหรับสร้างหรือบันทึก Note ไว้เตือนความจำพร้อมด้วยรูปภาพ แถมยังสามารถส่งไฟล์ในห้องแชทได้มากกว่า 1 GB

          แต่ทั้งนี้ LINE เวอร์ชั่นนี้ จะไม่มีฟังก์ชั่นล็อคอินอัตโนมัติ โดยผู้ใช้จะต้องมีการ Verify Identity ผ่านสมาร์ทโฟนทุกครั้งในการเข้าใช้งานครั้งแรกใน Device ใหม่ รวมถึงบางฟีเจอร์ เช่น โทรฟรี, โทรวิดีโอฟรี และไทม์ไลน์จะไม่สามารถใช้ได้ใน LINE เวอร์ชั่นนี้

ใครอยากลองใช้ หรืออยากติดตั้ง LINE สำหรับ Google Chrome คลิกที่นี่ได้เลย : http://lin.ee/dnIEpXR

------------------------------------

สิ้นสุดการรอคอย!! Windows 10 สำหรับ PC เปิดให้ดาวน์โหลดทั่วโลกแล้ววันนี้

           ตามที่ Microsoft ได้แจ้งไว้ว่าในวันนี้หรือวันที่ 29 กรกฎาคม 2015 จะเป็นวันแรกที่เริ่มปล่อยให้ผู้ใช้งาน Windows 7 SP1 และ Windows 8.1 Update ที่ถูกลิขสิทธิ์สามารถอัพเกรดระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 เวอร์ชั่นล่าสุดได้เป็นวันแรกกับ 190 ประเทศทั่วโลก

          โดยเริ่มจากประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศแรกในโลก ส่วนในประเทศไทยก็ได้เปิดให้อัพเกรดไปตั้งเวลา 11.00 น. โดย Microsoft ให้สิทธิในการอัพเกรด 1 ปีตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กรกฎาคม 2016 แต่สามารถใช้งานได้ตลอดบนเครื่องนั้นๆ

          วิธีการอัพเกรดนั้นสามารถทำง่ายๆผ่าน Windows Update ได้เลย ถ้าใครไม่ขึ้นแจ้งเตือนให้เข้าไปที่ Control Panel > System and Security > Windows Update โดยขนาดของตัวระบบปฎิบัติการ Windows 10 มีขนาดประมาณ 3GB เมื่อดาวน์โหลดเสร็จก็ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆเท่านั้น

          จากรายงานของStatCounter  ปัจจุบันร้อยละ 67 ของเครื่องพีซีและแท็บเล็ตในประเทศไทย  ใช้งานอยู่บนวินโดวส์ 7 และ 8 โดยกลุ่มผู้ที่ใช้ดังกล่าวจะได้รับการแจ้งถึงการ  อัปเกรดเป็นวินโดวส์ 10 ฟรี ได้ด้วยตนเองด้วยประสบการณ์ที่ง่ายและสะดวก สำหรับผู้ที่วางแผนที่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ สามารถขอความช่วยเหลือจากจุดบริการการอัปเกรดวินโดวส์ (Windows 10 upgrade kiosks) ที่อยู่ภายในร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ เพื่อการอัปเกรดวินโดวส์ 10 ได้ฟรี เช่นเดียวกัน

          ส่วนเวอร์ขั่น Windows 10 Mobile ของสมาร์ทโฟนระบบ Windows Phone 8.1 นั้นทาง Microsoft จะปล่อยตามออกมาภายหลังในเร็วๆนี้ คาดว่าจะมาพร้อมกับแฟลกชิปรุ่นใหม่ในช่วงปลายปี